รายละเอียดข้อมูลส่วนลดภาษี 200%

ข้อมูลลดหย่อนภาษีการอบรม 200% (อ้างอิงข้อมูลประกาศกระทรวงการคลัง)

Back หน้าแรก

ลิ้งค์สรรพกร ป122/2545 : http://www.rd.go.th/publish/13490.0.html

พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 (ประโยชน์ต่อองค์กรที่มุ่งมั่นการพัฒนาบุคลากร)

    

คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 122/2545

เรื่อง      ภาษีเงินได้ กรณีการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จากการประกอบกิจการสถานศึกษาและที่ได้จากการประกอบกิจการสถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างและรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือฝึกอบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

 

---------------------------------------------

 

                ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 284) พ.ศ. 2538 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จากการประกอบกิจการสถานศึกษา และที่ได้จากการประกอบกิจการ สถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น หรือของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน และให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพ ที่ทางราชการจัดตั้งขึ้น หรือสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชนเฉพาะที่มีฐานะเป็น มูลนิธิ สมาคม หรือบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งเป็นสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด โดยการให้บริการการศึกษา หรือฝึกอบรมต้องเป็น การศึกษาหรือฝึกอบรมในประเทศไทยเพื่อพัฒนาคุณภาพ ความรู้ความสามารถ ทักษะ ฝีมือของลูกจ้างให้สูงขึ้น เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง ทั้งนี้ ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 และพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 288) พ.ศ. 2538 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่าย ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น โดยหลักสูตรที่ใช้ ฝึกอบรมลูกจ้างต้องเป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างและได้รับการรับรองจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมลูกจ้างแต่ละคนต้องเป็นไปตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ทั้งนี้ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 60) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2539 นั้น

 

                เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบและแนะนำบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นไปเข้า รับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพ หรือได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการ จัดการฝึกอบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

 

                ข้อ 1  กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลประกอบกิจการสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น หรือของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลในเครือเดียวกันตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับ

                        (1) กำไรสุทธิที่ได้จากกิจการโรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย โรงเรียนเอกชนหรือกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แต่ไม่รวมถึงรายได้จากการขายของ การรับจ้างทำของหรือการให้บริการอื่นใดที่ได้รับจากผู้ซึ่งมิใช่ นักเรียนหรือนักศึกษาของโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังกล่าว

                                  ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง จะต้องมิได้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

                        (2) กำไรสุทธิที่ได้จากกิจการสถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น หรือของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน

                                  ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง จะต้องมิได้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการสถานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน

 

                ข้อ 2  กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ เพื่อการศึกษาหรือฝึกอบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง ถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีสิทธินำไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคล ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

                        (1) ค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของตนไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมใน สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพของทางราชการ ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ

                        (2) ค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของตนไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมใน สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพของเอกชน ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ

                        (3) ค่าใช้จ่ายในการจัดการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของตน (In-house Training) โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นดำเนินการฝึกอบรมเอง หรือว่าจ้างให้สถานศึกษาหรือ สถานฝึกอบรมวิชาชีพของทางราชการ หรือสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพของเอกชนดำเนินการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของตน

                              กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง ส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพของทางราชการ หรือสถานศึกษาหรือ สถานฝึกอบรมวิชาชีพของเอกชน จะต้องมีการกำหนดเงื่อนไขให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานให้แก่บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือผ่านการฝึกอบรมแล้ว

                              บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีการจ่ายค่าใช้จ่ายตาม (1) ถึง (3) ไปจริง เช่น คำสั่งของนายจ้างให้ส่งลูกจ้างไปเข้ารับการศึกษา หรือฝึกอบรม คำสั่งของนายจ้างให้จัดการฝึกอบรม และใบเสร็จรับเงินของสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรม วิชาชีพ

 

                ข้อ 3  กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพ ความรู้ความสามารถ ทักษะ ฝีมือของลูกจ้างให้สูงขึ้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลที่เป็นนายจ้างตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะได้รับสิทธิ ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 284) พ.ศ. 2538

 

                        (1) ค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของตนไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมใน สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพที่ทางราชการจัดตั้งขึ้น ซึ่งต้องมีการกำหนดเงื่อนไขให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือผ่านการฝึกอบรมแล้ว

                        (2) ค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างของตนไปเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมใน สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบัน อุดมศึกษาเอกชน หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชนเฉพาะที่มีฐานะเป็นมูลนิธิ สมาคม หรือบริษัทที่ ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งต้องมีการกำหนดเงื่อนไขให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานให้แก่บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือผ่านการฝึกอบรมแล้ว

                              สถานศึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการสำหรับการศึกษาในระดับที่ต่ำกว่าอุดมศึกษา หรือต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัยสำหรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา หรือต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการสำหรับโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือต้องจัดการฝึกอบรมเป็นการทั่วไป (Public Training) ตามหลักสูตรที่สถานศึกษานั้น ๆ ได้จัดขึ้น

                              สถานฝึกอบรมวิชาชีพตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดการฝึกอบรมเป็นการทั่วไป (Public Training) เพื่อให้บริการฝึกอบรมไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาชีพใด

 

                ข้อ 4  ค่าใช้จ่ายที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจ่ายให้แก่สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพตามข้อ 2 ประกอบด้วย

                        (1) ค่าใช้จ่ายการศึกษาที่เป็นค่าเล่าเรียน ค่าลงทะเบียน หรือค่าบำรุง

                        (2) ค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมที่เป็นค่าธรรมเนียมเข้าอบรม หรือค่าลงทะเบียน

                              ค่าใช้จ่ายการศึกษาหรือค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมตามวรรคหนึ่ง หมายความ รวมถึง ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทาง เพื่อเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมและค่าใช้จ่ายในการดูงานในประเทศหรือต่างประเทศตามที่กำหนดในหลักสูตร (ถ้ามี) ที่สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพได้เรียกเก็บจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลด้วย

                              บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง ต้องมีใบเสร็จรับเงินของ สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพที่ออกให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่ายการศึกษาหรือค่าใช้จ่ายการฝึกอบรม เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับ เงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น

                              กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง จ่ายค่าใช้จ่ายการศึกษาหรือค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมให้แก่สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษา เอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพเอกชนเฉพาะที่มีฐานะเป็นมูลนิธิ สมาคม หรือบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวต้องจัดทำรายงานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายตาม (1) และ (2) ตามแบบที่แนบท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมวิชาชีพที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรม ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545

 

                ข้อ 5  กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้แก่ ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้าง ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของ กิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นนายจ้างตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลเป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 288) พ.ศ. 2538

                        (1) หลักสูตรที่ใช้ฝึกอบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ต้องเป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างและได้รับการรับรองจากกระทรวงแรงงานและ สวัสดิการสังคม และค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมลูกจ้างแต่ละคนนั้นต้องเป็นไปตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

                        (2) ลูกจ้างที่เข้ารับการฝึกอบรมต้องเป็นลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลนั้นไม่น้อยกว่า 6 เดือน

                        (3) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน ลูกจ้างของตนต้องมีการกำหนดเงื่อนไขให้ลูกจ้างที่เข้ารับการฝึกอบรมนั้นกลับเข้าทำงานให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นหลังจากการฝึกอบรมเสร็จสิ้น

                        (4) วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะใช้ในการฝึกอบรมตามหลักสูตรตาม (1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องกำหนดลักษณะ ขนาด และคุณสมบัติของวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อ มิให้ปะปนกับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการตามปกติของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น

 

                ข้อ 6  กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาหรือฝึกอบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลที่เป็นนายจ้างตามข้อ 2 ถึงข้อ 5 ไม่ถือเป็นประโยชน์อย่างอื่นที่ลูกจ้างแต่ละคนได้รับซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ลูกจ้างแต่ละคนจึงไม่ต้องนำค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาหรือฝึกอบรมในส่วนของตนไปรวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่อย่างใด

 

สั่ง ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2545

 

ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

อธิบดีกรมสรรพากร

clear-gif

 พรบ.ฯ กำหนดให้สิทธิและประโยชน์แก่ผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องพัฒนาและฝึกอบรมพนักงานไม่น้อยกว่า 50% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดทุกปี  และยื่นแบบส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อประเมินเงินสมทบกองทุน หากไม่จัดฝึกอบรมหรือจัดไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด ต้องส่งเงินสมทบกองทุนเพื่อนำไปใช้จ่ายในการอุดหนุนกิจการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน

 

กรณีเป็นผู้ดำเนินการฝึกเอง (ฝึกภายใน , IN HOUSE TRAINING)  มีข้อสรุปดังนี้

♦  แบบฟอร์มที่ต้องใช้ (ตามคู่มือสิทธิประโยชน์การฝึกอบรมฝีมือแรงงาน) คำขอรับการรับรองหลักสูตร ค่าใช้จ่ายในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ (แบบ  ฝย / ฝป  1)
Download From (PDF.file) >>

♦  รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรและค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ  กรณีเป็นผู้ดำเนินการฝึกเอง (แบบ  ฝย / ฝป  2 – 1)
Download From (PDF.file) >>     Download From (Word.file) >>

♦  ใบลงทะเบียนผู้รับการฝึกอบรม  (แบบ  ฝย / ฝป  3)
Download From (PDF.file) >>     Download From (Excel.file) >>

กรอบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมมี 16 ข้อ ดังนี้

1. เงินค่าตอบแทนวิทยากรเท่าที่จ่ายจริง หรือตอบแทนเป็นของขวัญสำหรับวิทยากรมูลค่า ไม่เกิน 5,000 บาท/คน/รุ่น อย่างใดอย่างหนึ่ง
2. ค่าลิขสิทธิ์ของหลักสูตรที่ใช้ในการฝึกอบรม
3. ค่าจ้างล่ามระหว่างการฝึกอบรม
4. ค่าแปลเอกสารประกอบการฝึกอบรม หรือตำรา
5. ค่าเอกสารประกอบการฝึกอบรม หรือตำรา เป็นค่าจ้างจัดทำหรือซื้อมาเป็นเล่ม
6. ค่าจ้างถ่ายเอกสารประกอบการฝึกอบรม
7. ค่าถ่าย ล้าง อัดและขยายรูปภาพ ค่าบันทึกภาพและเสียงที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรม
8. ค่าจัดทำหรือค่าเช่าสื่อในการฝึกอบรม เช่น เทปเสียง เทปวิดีโอ ซีดี วีซีดี ดีวีดี สไลด์ แผ่นภาพ และรวมถึงชุดทดลอง ชุดสาธิตที่ไม่เข้าข่ายการลงทุน (การเช่าต้องมีระยะเวลาที่แน่นอนและสอดคล้องกับหลักสูตรที่จัดฝึกอบรม)
9. ค่าวัสดุ เครื่องมือที่ใช้ในการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ต้องไม่ปะปนกับที่ใช้ในการประกอบกิจการตามปกติของผู้ขอรับความเห็นชอบ โดยจะต้องระบุรายการ จำนวนและราคาของวัสดุ เครื่องมือนั้นให้ชัดเจน
10. ค่าเช่าเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรมต้องมีระยะเวลาเช่าที่แน่นอนและสอดคล้องกับหลักสูตรที่จัดฝึกอบรม
11. ค่าเช่าสถานที่จัดฝึกอบรม
12. ค่าเช่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มและอาหารว่างสำหรับผู้รับการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่ประสานการฝึกอบรม และวิทยากรระหว่างฝึกอบรม ยกเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
13. ค่าพาหนะเดินทางข้ามจังหวัดไป-กลับภายในประเทศเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมไม่เกิน 2 เที่ยว ยกเว้นค่าเครื่องบิน
14. ค่าจ้างเหมาพาหนะรับ-ส่งผู้รับการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่ประสานการฝึกอบรมและวิทยากรระหว่างการฝึกอบรมไป-กลับในประเทศไม่เกินสองเที่ยว ยกเว้นค่าแท็กซี่และค่าเครื่องบิน
15. ค่าจ้างเหมาพาหนะไปดูงานที่กำหนดไว้ในหลักสูตรภายในประเทศ ยกเว้นค่าแท๊กซี่และ ค่าเครื่องบิน
16. ค่าพาหนะเดินทางภายในประเทศของวิทยากร

หลักฐานค่าใช้จ่าย ของการฝึกภายในมีดังนี้

  • กรณีหลักฐานค่าใช้จ่าย (ใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญรับเงิน) ที่ออกโดยร้านค้าหรือนิติบุคคล ได้แก่ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีที่มีรายการถูกต้องสมบูรณ์ พร้อมระบุชื่อหลักสูตร / รุ่น / วันที่อบรม / จำนวนเงินให้ชัดเจน (กรณีใบเสร็จรับเงินของโรงแรมให้แนบใบแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายของค่าที่พักและอาหาร หรือ Folio ประกอบด้วย)
  • กรณีใบสำคัญรับเงินที่ให้บุคคลเป็นผู้รับเงินในการจ้างทำของหรือเป็นค่าตอบแทน เช่น ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าจ้างทำอาหาร ค่าจ้างเหมาพาหนะรับ – ส่ง เป็นต้น พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับเงิน

               – ใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญรับเงินสามารถใช้สำเนาได้ ให้เซ็นสำเนาถูกต้องทุกใบ โดยผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท
               – ใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญรับเงินขอให้แยกขาดกันในแต่ละหลักสูตร แต่ละรุ่นที่ฝึก

  • กรณีที่รวมใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญรับเงินกันมามากกว่าหนึ่งหลักสูตรหรือหนึ่งรุ่น ก็ให้ถ่ายสำเนาใบเสร็จนั้นตามจำนวนหลักสูตรหรือรุ่นที่รวมกันมา ให้เขียนหมายเหตุแบ่งแยกแต่ละหลักสูตร แต่ละรุ่นให้ชัดเจน ว่าแต่ละหลักสูตร แต่ละรุ่นมีค่าใช้จ่ายหลักสูตร/รุ่นละเท่าไร พร้อมเซ็นชื่อขอรับรองว่าเป็นความจริงด้วย (สามารถทำได้แต่ไม่แนะนำให้ทำ เพราะจะมีปัญหาเวลาพิจารณา)
  • บิลเงินสดที่ออกกันเองไม่สามารถใช้ได้
  • ค่าใช้จ่ายตามกรอบ 16 ข้อ ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีจำนวนเหมาะสมและจำเป็นกับการฝึกอบรม

กรณีส่งลูกจ้างไปรับการฝึกกับสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงาน (ฝึกภายนอก , PUBLIC TRAINING) มีข้อสรุปดังนี้ แบบฟอร์มที่ต้องใช้ (ตามคู่มือสิทธิประโยชน์การฝึกอบรมฝีมือแรงงาน)

1. คำขอรับการรับรองหลักสูตร ค่าใช้จ่ายในการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ (แบบ ฝย /ฝป 1)
Download From (PDF.file) >>
2. รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรและค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม (แบบ ฝย / ฝป 2-2)
Download From (PDF.file) >>        Download From (Excel.file) >>
3. เอกสารประชาสัมพันธ์หลักสูตรอบรม
4. เอกสารกำหนดการอบรมหลักสูตร
5. เอกสารการอนุมัติให้บุคลากรเข้ารับการอบรม
6. ใบเสร็จรับเงินค่าลงทะเบียน
7. วุฒิบัตร, ประกาศนียบัตรที่ผ่านการอบรม

เงื่อนไขของสถานประกอบการสถาบันที่จัดฝึกอบรม (Public Training)

– เป็นสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียน เอกชน สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน
– สถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานของทางราชการ
– สถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่มีฐานะเป็นมูลนิธิ สมาคม หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นถูกต้องตามกฎหมาย

ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่นำมายื่นประกอบ มีดังนี้

• ค่าธรรมเนียมเข้าอบรมหรือค่าลงทะเบียน
• ค่าพาหนะเดินทางข้ามจังหวัด ไป-กลับภายในประเทศเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมไม่เกินสองเที่ยว ยกเว้นค่าเครื่องบิน
• ค่าเช่าที่พักเพื่อเข้ารับการฝึกอบรม ในกรณีสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานไม่ได้จัดสถานที่พักให้

หมายเหตุ รายละเอียดเกี่ยวกับเอกสาร รวมทั้งความถูกต้องของเอกสารเรื่องกรอบค่าใช้จ่ายการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานภายนอก เหมือนกรณีฝึกอบรมภายใน

ภาคผนวก
เอกสารเพิ่มเติมอ้างอิงเกี่ยวกับพระราชบัญญัติฯ
•  พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานพ.ศ.2545 (ฉบับเต็ม) Click >>
•  พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ฉบับที่ 2 พ.ศ.2557 Click >>
•  เอกสารบันทึกข้อความ แนวปฎบัติการับค่าธรรมเนียมในพระราชบัญญัติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2557 Click >>
•  คำแนะนำวิธีคำนวนสัดส่วนลูจ้าง 100 คนขึ้นไป Click >>
•  เอกสารขอใช้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน Click >>

Link website ข้อมูลอ้างอิง
•  กระทรวงแรงงาน พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545  >> http://www.mol.go.th/employer/act_skill_development
•  ข้อมูลเพิ่มเติม หมวดหมู่: ประกาศ, พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๕  >>http://www.mol.go.th/anonymouse/law_labour/skill_development
•  กฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน  >>http://www.mol.go.th/anonymouse/laws
•  กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน  >>http://www.dsd.go.th/
•  กรมสรรพกร  >>http://www.rd.go.th/publish/

 
 
Visitors: 16,494